การลงทุนในหุ้น คืออะไร?

  การที่เรามีความสนใจในธุรกิจใดๆ และมองว่าธุรกิจนั้นน่าจะมีความสามารถในการทำกำไรสูง มีการเติบโตที่ดี แต่ครั้นจะไปเปิดธุรกิจนั้นด้วยตนเอง ก็ต้องใช้ประสบการณ์ ใช้คนมากมายในการทำงาน เราก็แก้ปัญหาง่ายๆ ครับ ด้วยการเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจนั้นอยู่สิ! เพราะเค้ามีทั้งประสบการณ์ บุคลากร และระบบการจัดการที่เยี่ยมยอด เพียงแค่เราเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทนั้น เราก็ถือว่าเป็นเจ้าของกิจการนั้นแล้ว แต่การเดินดุ่มๆ เข้าบริษัทไปขอซื้อหุ้นเค้า ก็คงจะพิลึกพิลั่นไม่น้อยครับ ผมเลยขอเสนอตัวกลาง สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายหุ้นของบริษัทต่างๆ ซึ่งตัวกลางนี้ก็คือ “ตลาดหลักทรัพย์” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ตลาดหุ้น” นั่นเอง ครับ!! การจะเข้าไปซื้อขายในตลาดหุ้นได้ ต้องผ่านด่าน “โบรกเกอร์” หรือ บริษัทหลักทรัพย์ ที่เปิดให้บริการเราอยู่ โดยเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์นั้น แล้วเอาเงินเข้าไปฝากในบัญชีของเรา ก็จะสามารถทำการซื้อขายหุ้นในตลาดนี้ได้แล้ว และข้อดีของการลงทุนในตลาดหุ้น ก็คือ มีสภาพคล่องสูงครับ ตลาดหุ้นช่วยให้เราสามารถแปลงหุ้นเป็นเงิน ขายหุ้นหนึ่ง ซื้อหุ้นสอง หรือฝากเงินเข้า ถอนเงินออกได้ง่ายๆ บางท่านใช้ตลาดหุ้นเป็นกระปุกออม ออมในหุ้น ฝากเงินทุกเดือน ลงทุนเพิ่มได้ทุกเดือน หรือบางท่านใช้ตลาดหุ้นเป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยง แบ่งเงินมาลงทุนระยะสั้น หรือระยะยาว ให้เงินสร้างเงินต่อไปอีกครับ

ทำไมต้องเรดาร์ Fundamental ?

พวกเราคงเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ครับว่า “เลือกหุ้นดี ต้องเลือกจากพื้นฐาน ส่วนจังหวะซื้อน่ะหรอ ต้องใช้เทคนิค” นั่นล่ะครับ!! เลยทำให้มีพวกเราขอเรดาร์สายพื้นฐานกันเข้ามาเรื่อยๆ StockRadars เลยจัดให้ซะเลย!!   1) Business Growth พวกเราหลายๆ คนสนใจหาหุ้นเติบโต ซื้อแล้วถือโตไปกับมันครับ ซึ่งจะมี Factor บางอย่างที่นักลงทุนกลุ่มนี้จะสนใจเป็นพิเศษ อย่างเช่น กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องติดต่อกันรึเปล่า? หรือผลตอบแทนต่อยอดขาย เป็นอย่างไร? 2) Dividend Yield นอกจากอยากได้กำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นแล้ว บางท่านยังอยากได้หุ้นที่เป็นเหมือนเครื่องผลิตเงิน ที่จะปันผลเงินออกมาให้เราอีกทางครับ อย่างบางท่านจะสนใจ หุ้นที่ให้ปันผลสม่ำเสมอ หรือยิ่งกว่านั้น เงินปันผลที่จ่ายออกมา จะต้องชนะอัตราเงินเฟ้อด้วยนะ 3) Beter Than Avg. Radars หุ้นดีหรอ? ดีขนาดไหน? ดีเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นรึเปล่า? นั่นล่ะครับ!! เรดาร์นี้จะเอาอัตราส่วนของหุ้นมาเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย คัดหุ้นที่ดีกว่ามาตรฐานออกมาให้ อย่างเช่น อัตรากำไรขึ้นต้น (Gross Profit Margin) มากกว่าค่าเฉลี่ยของ Sector นั้น แสดงความได้เปรียบทางการแข่งขันมาให้เราดูครับ […]

วันนี้มีอินดี้มาแนะนำ

  1. Moving Average Convergence Divergence (MACD) เส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้น (12,26) ใช้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของแนวโน้มการขึ้น หรือลง กรณีเส้น 2 เส้นตัดกัน (Crossover) เช่น บางท่านบอกตัดลงให้ระวัง ตัดขึ้นให้สนใจ   2. Exponential Moving Average (EMA) เส้นค่าเฉลี่ยที่ใช้บอกแนวโน้มของอดีตที่ผ่านมาว่ามีทิศทางอย่างไร เป็นการคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักฮะ ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดค่าเป็น 5,10,50 หรือปรับตามความเหมาะสมเพื่อหานิสัยของหุ้น ที่มักจะชนกับเส้นนั้นอยู่บ่อยๆ ก็ได้ครับ 3. Relative Strength Index (RSI) ดัชนีวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคา ที่อยู่ในช่วง 0-100 โดยฉลี่ยแล้ว หากวิ่งเหนือ 70 เขาถือว่าหุ้นอยู่ในภาวะ ถูกซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือถ้าค่า RSI อยู่ต่ำกว่า 30 จะถือว่าหุ้นอยู่ในภาวะ ถูกขายมากเกินไป (Oversold) นั่นล่ะครับ!! […]

ความสำเร็จ เกิดจากการศึกษาและเตรียมตัว

  1. ศึกษาตัวเอง เพราะส่วนใหญ่ การตัดสินใจก่อนซื้อหุ้น เป็นของเรา (ยกเว้นบางท่าน เป็นภรรยานะครับ) สิ่งที่เราต้องรู้จักและควบคุมมันให้ดี คือใจเราเองนั่นล่ะ!! เพราะอย่างที่เขาว่ากันครับ ความโลภ และความกลัว เป็นอุปสรรคในสนามนี้ ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ ก็รอดไปเปราะหนึ่ง 2. ศึกษาวิธี วิธีที่เข้ากับตัวเรามากที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็น การอ่านงบ, ดูพื้นฐาน, ดูเทคนิค หรือดูทั้งสองอย่าง ก็แล้วแต่เราครับ เลือกแล้ว ก็ศึกษาเข้าไปที่แก่นของวิชานั้น ใช้วิชาเลือกหุ้นให้ถูกจริตของตัวเราครับ 3. เตรียมแผน ก็อย่างที่เราทราบกันนั่นล่ะครับ ไม่มีแผนไหนสามารถทำกำไรได้ 100% ทุกแผนมีความเสี่ยงหมด แต่เราก็ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงน้อยลงได้ ด้วยการควบคุมความเสี่ยง และ Let profit run หรือเตรียมแผนที่ดี และทำตามแผนนั้นครับ 4. ออกรบ ร่างกายพร้อม แผนพร้อม ก็ออกรบสิ!!! แต่ในสนาม ก็อย่าลืมครับว่าเรามีแผนอยู่ในกระเป๋านะ ถ้าด่านแรกไม่ผ่าน เราจะถอย รอ หรือ จะสู้ครับ เจอเหตุการณ์จริง […]

แท่งเทียน คืออะไร?

    แท่งเทียน หรือ Candlestick เป็นการเอาราคา Open, High, Low, Close (OHLC) มาแสดงเป็นภาพ ให้พวกเราเข้าใจ และตีความราคาหุ้นได้ง่ายขึ้นครับ ถ้าเราอยู่ใน StockRadars กด Search ชื่อหุ้น และจิ้มเข้าไปดูที่หน้ากราฟ จะเห็นแท่งเทียน เขียวแดง แสดงอยู่ และมีแถบเมนูรูปเฟือง กดเข้าไปจะเจอ Period ให้เราเลือกกรอบเวลาของ 1 แท่งเทียน ที่เราสนใจ อย่างนักลงทุนที่ไม่จ้องจอ ดูราคาตอนช่วงปิดตลาด เขามักจะเลือก Period Day ที่แท่งเทียน 1 แท่ง จะบอกราคา เปิด, ปิด, สูงสุด และต่ำสุด ของแต่ละวัน นั่นล่ะครับ!! พวกเขาจะไม่ค่อยตื่นเต้นกับราคาเหวี่ยงระหว่างวัน หรือถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาวขึ้นอีก ก็จะใช้ Period Week หรือ Month เพื่อดูการเคลื่อนไหวของราคาแบบภาพใหญ่ ไม่ให้ราคาที่เคลื่อนไหวระหว่างวัน มากระทบกับแผนการลงทุนของเราครับ […]

วันนี้มีอัตราส่วนมาแนะนำ!!

  P/E Price/Earning per Share คือ ระยะเวลาการคืนทุนนั่นเอง เช่น P/E 3 เท่า คือ ระยะเวลาการคืนทุน 3 ปี ส่วนนี้ P/E ยิ่งต่ำยิ่งดี P/BV Price/Book Value คือ มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น หากเราซื้อหุ้นที่ P/BV ต่ำกว่า 1 นั้นแปลว่าเราซื้อต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดยปกติแล้ว P/BV ยิ่งต่ำกว่า 1 ยิ่งดี ROA Return to Assets ความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ส่วนนี้ยิ่งสูง ยิ่งดี แต่ไม่ควรต่ำกว่า 5% ROE Return to Equity กำไรสุทธิหารด้วยส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่ง Buffet ให้ความสำคัญกับ ROE เป็นอย่างมาก โดยปกติค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 12-15% และต้องมีความต่อเนื่องหลายๆปี […]